คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2019/20

โชว์ประจำคอลเลคชั่น

โชว์ประจำคอลเลคชั่น

คอลเลคชั่นที่สร้างสรรค์โดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และเวอร์จินี วิอาร์ด ซึ่งจัดแสดง
ณ กรองด์ ปาเลส์ ในกรุงปารีส โดยแปลงโฉมสถานที่ให้เป็นหมู่บ้านในฤดูหนาวที่รายล้อมด้วยเทือกเขา

คอลเลคชั่นที่สร้างสรรค์โดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และเวอร์จินี วิอาร์ด ซึ่งจัดแสดง
ณ กรองด์ ปาเลส์ ในกรุงปารีส โดยแปลงโฉมสถานที่ให้เป็นหมู่บ้านในฤดูหนาวที่รายล้อมด้วยเทือกเขา

ภาพยนตร์สำหรับโชว์

งานแฟชั่นโชว์ในสายตาของโจ-แอนน์ เฟอร์นิส

พบกับเรื่องราวอีกมากมาย

“งานแฟชั่นโชว์ครั้งสุดท้ายของชาเนลที่สร้างสรรค์โดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ อดีตนักออกแบบชื่อดัง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 เป็นทั้งจุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้น งานแฟชั่นโชว์นี้จัดขึ้นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง สกีชาเลต์ที่สร้างด้วยไม้แกะสลัก และกองหิมะละลานตาทั่วบริเวณในกรองด์ ปาเลส์

เราคาดหวังที่จะได้ชื่นชม ‘Gesamtkunstwerk’ หรือผลงานที่หลอมรวมศิลปะหลากหลายรูปแบบของลาเกอร์เฟลด์ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพราะสำหรับชาเนลแล้ว แฟชั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่คอลเลคชั่นเสื้อผ้าสำหรับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญ เป็นเหตุการณ์ และการแสดงความรู้สึกที่มีต่ออนาคต

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างอนาคต เขาไม่ใช่ผู้ที่ยึดติดอยู่กับอดีต แต่มักปรับแนวคิดให้เข้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตมาตั้งแต่ที่เขาเริ่มทำงานที่ชาเนล ในฐานะที่เป็นผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ มิสเตอร์ลาเกอร์เฟลด์มีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับยุคสมัย ผู้คน และสถานที่ต่างๆ เขาเข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง และยังเข้าใจถึงตำแหน่งแห่งที่ของตนเองเป็นอย่างดี โดยทำงานตามแนวทางของมาดมัวแซลล์ ชาเนล ลาเกอร์เฟลด์ไม่เคยอยู่นิ่งเฉย แต่เข้ามาเพื่อวางแนวทางให้กับชาเนลและเขาก็ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ

ในงานแสดงแฟชั่นนี้ เราได้ยินเสียงพูดของเขาที่ประกาศก้องว่า มีหลายคนบอกว่าเขาไม่ควรเข้ามาดูแลแบรนด์นี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยซบเซาและเกือบสูญหายไปกับกาลเวลา แต่เขารู้ดีกว่านั้น เขาจึงได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชาเนลใหม่ และในทางกลับกัน ก็นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับวงการแฟชั่น ซึ่งเหมือนกับที่มาดมัวแซลล์เคยทำมาแล้ว

สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการแฟชั่นในปัจจุบัน พวกเราล้วนก้าวไปตามจังหวะกลองที่รัวดังของคาร์ล ถ้าจังหวะนั้นเป็นเรื่องท้าทาย ก็คงเป็นเพราะจังหวะที่กำหนดโดยบุคคลที่เปี่ยมด้วยความสามารถและทำงานอย่างสนุกสนานผู้นี้มีวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนใคร ถ้าจังหวะนั้นน่าตื่นเต้นประทับใจ ก็เป็นเพราะความน่าตื่นตาตื่นใจที่คาร์ลสร้างขึ้นสำหรับวงการแฟชั่น และถ้าจังหวะนั้นมีอิทธิพลไปทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่ากระแส “การช้อปปิ้ง” นั่นก็เป็นเพราะคาร์ลต้องการให้เป็นเช่นนั้นสำหรับวงการแฟชั่น เขาสามารถบันดาลให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานผ่านชาเนล แต่ทว่าเขาไม่เคยละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่เป็นแก่นสารสำคัญ หรือความเป็นมนุษย์ในตัวเขาเองเช่นกัน

งานแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2019/20 เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนของสิ่งเหล่านี้ การใช้เค้าโครงเสื้อผ้าที่ผสมผสานระหว่างความเป็นหญิงและความเป็นชายที่ปรากฏเด่นชัดในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของแบรนด์ชาเนล รวมทั้งไม่เคยลืมเรื่องความเท่าเทียม อันเป็นสิ่งที่ชาเนลยึดถือและเป็นหลักการที่คาร์ลเชื่อมั่นศรัทธา จิตวิญญาณของ “การตัดเย็บเสื้อผ้า” และ “ความพลิ้วไหวบางเบา” เป็นวัฒนธรรมแฟชั่นที่คาร์ลนำมาใช้เมื่อเขาเดินทางมาถึงฝรั่งเศส จากการสนับสนุนของผู้เป็นแม่ที่ต้องการให้เขาเดินทางออกจากเยอรมนีเพื่อมาเปลี่ยนแปลงโลก

ในการแสดงช่วงท้ายของงาน บรรดานางแบบต่างเดินออกมาพร้อมกันหลายคนอย่างตั้งใจ อาทิ “มาเรียคาร่า บอสโคโน่” นางแบบแถวหน้าที่รู้จักกับคาร์ลตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และยังมีนางแบบคนอื่นๆ ที่คาร์ลเคยให้การสนับสนุน และเคยแนะนำให้พวกเธอเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกัน เสียงเพลงของฟิลลิปส์ กลาสก็ดังขึ้น ซึ่งเรียบเรียงโดยไมเคิล โกแบร์ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากคาร์ล บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความงดงาม ความสุขและความเศร้า เสียงเพลง “Heroes Symphony” ของกลาสดังก้องในตอนจบของเพลง Heroes ของเดวิด โบวี่ โดยมิเชล โกแบร์ กล่าวว่า “เพลงนี้บอกว่า เราสามารถเป็นฮีโร่ได้เพียงวันเดียว แต่คาร์ลเป็นฮีโร่มาถึง 85 ปี”

ผู้ชมต่างยืนขึ้นปรบมือ นับเป็นการปิดการแสดงที่งดงาม จริงใจ และเรียกน้ำตาได้มากกว่าการแสดงแฟชั่นโชว์ใดๆ ที่ฉันเคยชมมา นั่นเป็นการลุกขึ้นยืนปรบมือที่กึกก้องให้กับยุคสมัยของลาเกอร์เฟลด์ ซึ่งกำลังผ่านไปเช่นเดียวกับการจากไปของครูผู้ยิ่งใหญ่

และเสียงจังหวะกลองยังคงดำเนินต่อไป

บางสิ่งจบลงในขณะที่บางสิ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม รวมทั้งความเข้าใจในการเคลื่อนไปของประวัติศาสตร์ซึ่งคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ชอบที่มองไปข้างหน้า นี่เป็นงานแสดงแฟชั่นของเวอร์จินี วิอาร์ดพอๆ กับที่เป็นงานของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เธอได้เข้ามารับช่วงจังหวะต่อจากเขา แต่เล่นท่วงทำนองเพลงในแบบของเธอเอง พวกเราทุกคนต่างตั้งตาคอยเพื่อรอชมต่อไปว่าเธอจะแปลความหมายบทเพลงแห่งชาเนลอย่างไรนับจากนี้”

พบกับเรื่องราวอีกมากมาย

“งานแฟชั่นโชว์ครั้งสุดท้ายของชาเนลที่สร้างสรรค์โดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ อดีตนักออกแบบชื่อดัง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 เป็นทั้งจุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้น งานแฟชั่นโชว์นี้จัดขึ้นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง สกีชาเลต์ที่สร้างด้วยไม้แกะสลัก และกองหิมะละลานตาทั่วบริเวณในกรองด์ ปาเลส์

เราคาดหวังที่จะได้ชื่นชม ‘Gesamtkunstwerk’ หรือผลงานที่หลอมรวมศิลปะหลากหลายรูปแบบของลาเกอร์เฟลด์ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพราะสำหรับชาเนลแล้ว แฟชั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่คอลเลคชั่นเสื้อผ้าสำหรับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญ เป็นเหตุการณ์ และการแสดงความรู้สึกที่มีต่ออนาคต

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างอนาคต เขาไม่ใช่ผู้ที่ยึดติดอยู่กับอดีต แต่มักปรับแนวคิดให้เข้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตมาตั้งแต่ที่เขาเริ่มทำงานที่ชาเนล ในฐานะที่เป็นผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ มิสเตอร์ลาเกอร์เฟลด์มีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับยุคสมัย ผู้คน และสถานที่ต่างๆ เขาเข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง และยังเข้าใจถึงตำแหน่งแห่งที่ของตนเองเป็นอย่างดี โดยทำงานตามแนวทางของมาดมัวแซลล์ ชาเนล ลาเกอร์เฟลด์ไม่เคยอยู่นิ่งเฉย แต่เข้ามาเพื่อวางแนวทางให้กับชาเนลและเขาก็ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ

ในงานแสดงแฟชั่นนี้ เราได้ยินเสียงพูดของเขาที่ประกาศก้องว่า มีหลายคนบอกว่าเขาไม่ควรเข้ามาดูแลแบรนด์นี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยซบเซาและเกือบสูญหายไปกับกาลเวลา แต่เขารู้ดีกว่านั้น เขาจึงได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชาเนลใหม่ และในทางกลับกัน ก็นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับวงการแฟชั่น ซึ่งเหมือนกับที่มาดมัวแซลล์เคยทำมาแล้ว

สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการแฟชั่นในปัจจุบัน พวกเราล้วนก้าวไปตามจังหวะกลองที่รัวดังของคาร์ล ถ้าจังหวะนั้นเป็นเรื่องท้าทาย ก็คงเป็นเพราะจังหวะที่กำหนดโดยบุคคลที่เปี่ยมด้วยความสามารถและทำงานอย่างสนุกสนานผู้นี้มีวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนใคร ถ้าจังหวะนั้นน่าตื่นเต้นประทับใจ ก็เป็นเพราะความน่าตื่นตาตื่นใจที่คาร์ลสร้างขึ้นสำหรับวงการแฟชั่น และถ้าจังหวะนั้นมีอิทธิพลไปทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่ากระแส “การช้อปปิ้ง” นั่นก็เป็นเพราะคาร์ลต้องการให้เป็นเช่นนั้นสำหรับวงการแฟชั่น เขาสามารถบันดาลให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานผ่านชาเนล แต่ทว่าเขาไม่เคยละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่เป็นแก่นสารสำคัญ หรือความเป็นมนุษย์ในตัวเขาเองเช่นกัน

งานแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2019/20 เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนของสิ่งเหล่านี้ การใช้เค้าโครงเสื้อผ้าที่ผสมผสานระหว่างความเป็นหญิงและความเป็นชายที่ปรากฏเด่นชัดในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของแบรนด์ชาเนล รวมทั้งไม่เคยลืมเรื่องความเท่าเทียม อันเป็นสิ่งที่ชาเนลยึดถือและเป็นหลักการที่คาร์ลเชื่อมั่นศรัทธา จิตวิญญาณของ “การตัดเย็บเสื้อผ้า” และ “ความพลิ้วไหวบางเบา” เป็นวัฒนธรรมแฟชั่นที่คาร์ลนำมาใช้เมื่อเขาเดินทางมาถึงฝรั่งเศส จากการสนับสนุนของผู้เป็นแม่ที่ต้องการให้เขาเดินทางออกจากเยอรมนีเพื่อมาเปลี่ยนแปลงโลก

ในการแสดงช่วงท้ายของงาน บรรดานางแบบต่างเดินออกมาพร้อมกันหลายคนอย่างตั้งใจ อาทิ “มาเรียคาร่า บอสโคโน่” นางแบบแถวหน้าที่รู้จักกับคาร์ลตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และยังมีนางแบบคนอื่นๆ ที่คาร์ลเคยให้การสนับสนุน และเคยแนะนำให้พวกเธอเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกัน เสียงเพลงของฟิลลิปส์ กลาสก็ดังขึ้น ซึ่งเรียบเรียงโดยไมเคิล โกแบร์ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากคาร์ล บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความงดงาม ความสุขและความเศร้า เสียงเพลง “Heroes Symphony” ของกลาสดังก้องในตอนจบของเพลง Heroes ของเดวิด โบวี่ โดยมิเชล โกแบร์ กล่าวว่า “เพลงนี้บอกว่า เราสามารถเป็นฮีโร่ได้เพียงวันเดียว แต่คาร์ลเป็นฮีโร่มาถึง 85 ปี”

ผู้ชมต่างยืนขึ้นปรบมือ นับเป็นการปิดการแสดงที่งดงาม จริงใจ และเรียกน้ำตาได้มากกว่าการแสดงแฟชั่นโชว์ใดๆ ที่ฉันเคยชมมา นั่นเป็นการลุกขึ้นยืนปรบมือที่กึกก้องให้กับยุคสมัยของลาเกอร์เฟลด์ ซึ่งกำลังผ่านไปเช่นเดียวกับการจากไปของครูผู้ยิ่งใหญ่

และเสียงจังหวะกลองยังคงดำเนินต่อไป

บางสิ่งจบลงในขณะที่บางสิ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม รวมทั้งความเข้าใจในการเคลื่อนไปของประวัติศาสตร์ซึ่งคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ชอบที่มองไปข้างหน้า นี่เป็นงานแสดงแฟชั่นของเวอร์จินี วิอาร์ดพอๆ กับที่เป็นงานของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เธอได้เข้ามารับช่วงจังหวะต่อจากเขา แต่เล่นท่วงทำนองเพลงในแบบของเธอเอง พวกเราทุกคนต่างตั้งตาคอยเพื่อรอชมต่อไปว่าเธอจะแปลความหมายบทเพลงแห่งชาเนลอย่างไรนับจากนี้”

แอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์และมิตรสหายของชาเนล

แอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์และมิตรสหายของชาเนล

00/21

หนึ่งวันท่ามกลางหิมะโปรยปราย

จากด้านหลังเวทีสู่งานแฟชั่นโชว์

00/11
00/11

ลุุคและแอ็คเซสเซอรี่
ชมภาพโคลสอัพ

ลุุคและแอ็คเซสเซอรี่ ชมภาพโคลสอัพ

00/9
00/9

พบกับคอลเลคชั่นได้ที่บูติค เดือนกันยายน 2019

ราคาที่แนะนำ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาคลิกที่นี่ กรุณาคลิกที่นี่

ส่งภาพ/ ข้อมูล

ลิงค์ได้ถูกคัดลอกแล้ว